PALIN's profileWeLcOME tO My Own wAYPhotosBlogLists Tools Help

WeLcOME tO My Own wAY

-,.-~*´¨¯¨`*·~-.¸,(¯`·._.·YoU oNLY GEt wHaT yoU GiVE, RigHT?!!·._.·´¯) ®_)-,.-~*´¨¯¨`*·~-.¸
Photo 1 of 6
May 31

Hua Hin Fun Trip Eat Drunk

 
19 - 20 MAY 2007
เนินชเล รีสอร์ท กับเพื่อนสาวสุด Virgin ทั้ง 5 คน
 
ที่รู้ว่า Virgin กันอยู่เนี่ยเป็นเพราะว่าตลอดสองวันที่ไปเที่ยวด้วยกัน ฝนไม่ตกเล้ย
โดยที่ไม่ต้องพึ่งตะไคร้เลยสักต้นเดียวคร้าบบบ...พี่น้อง
 
พวกเราออกเดินทางกันตั้งแต่เช้า (จริงๆก็จะสายอยู่แล้วล่ะ)
มุ่งหน้าไปทะเลหัวหิน ดังที่ตกลงกันไว้แต่แรก
ไปถึงก็หาที่พักก่อนเป็นอันดับแรก  ขับไปสักพัก จอดแวะกันก็หลายที่
มีทั้งแพงบ้าง ถูกบ้างปนเปกันไป แต่สุดท้ายก็นี่เลย "เนินชเล รีสอร์ท"
ลงเอยกันที่นี่แหละ  ชื่อเค้าแปลว่าไรก็ไม่รู้ ไม่ได้ถามอ่ะ จะเก็บปากไว้ทำอย่างอื่นเหะๆ
 
ห้องพักเป็นคล้ายๆกับบ้าน เข้าไปข้างในก็กว้างขวางพอประมาณ
สภาพดูดีเชียวแหละ แถมเป็นบ้านเล่นระดับอีกต่างหาก
เอาเป็นว่าเจ้าของให้เราทั้ง 5 คน อยู่รวมกันในบ้านหลังเดียว
ที่สนนราคา 3,800 บาท ต่อคืน อ่ะฮ้า ชั้นเลย OK!
 
ไปถึงนู่น Check in เดินสำรวจโน่นนี่เสร็จ ก็รีบจรลีไปหาไรยัดใส่ท้องกัน
กินอะไรกันเข้าไปบ้างน้า  จำไม่ได้แล้วล่ะ เยอะจัด
ความจริงเราตั้งใจกันว่าจะให้ทริปนี้เป็น "ทริปขี้เมา"
แต่ไหง กลายเป็น "ทริป ชูชก" ได้ละเนี่ย อันนี้ไม่ทราบแฮะ
 
ในความเป็นจริงมันก็สมควรจะต้องเป็นอย่างนั้นนั่นแหละนะ เพียงเพราะมันคือเสน่ห์ของหัวหินนั่นเอง
ไอ้จะมาดำน้ำ ให้ปลาตอดขาน่ะไม่มีซะหรอก ก็หัวหินน่ะเหมาะสำหรับเป็นที่ตากอากาศ 
ที่นานาไปด้วยอาหารการกินอันอุดมสมบูรณ์ ในวันพักผ่อนช่วงสั้นๆชั้นดี
มีอยู่ที่นึงเค้าเรียกว่าไรน้า ตลาดโต้รุ่ง หรือไงเนี่ยแหละ อาหารน่ากินเยอะแยะไปหมดเลย
แต่ไหนไม่ยักจะเห็นมันเปิดโต้รุ่งดังชื่อเลยนิ ขี้โม้นี่หว่า
 
พวกเราใช้เวลาหาซื้อของขบเคี้ยว รวมถึงน้ำอำพัน และต่อด้วยสำราญกับการกินอยู่นาน
กว่าจะรู้ตัวก็มืดค่ำแล้ว ตายละหว่ามัวแต่กินอาหารทะเล เดินเที่ยวตลาดโต้รุ่งกันซะนาน
จะสามทุ่มแล้ว ยังไม่ได้ Drink เลยนิ เอ้าๆพวก..เร่งฝีเท้ากันหน่อยยยยย
เด๋วดึกหมดแรงคึกกันซะก่อน
 
จริงๆแล้วหลังจากที่เรากินมื้อค่ำจนอิ่มหมีพีมันถ้วนหน้า มันก็ไม่ได้มีอะไรที่น่าสนใจนักหรอก
จะเป็นเพราะเราตื่นตากับร้านรวงขายของที่ระลึกอย่างนั้นรึก็เปล่า
เพราะว่ามันก็ไม่ได้มีไรผิดแผกไปจากที่..ที่..เราเพิ่งจากมาซักเท่าไหร่
เพียงแต่ว่า ประเด็นมันคือกรณีแวดล้อมต่างหากเล่า จะเป็นอะไรไปเสียไม่ได้นอกจาก
ฮิ้ววววว....บุรุษเท่ห์ๆนั่นเอง (แต่สาวๆพวกเราก็มองนะ)
 
เดินกันอยู่นาน เดินไปแล้วก็เดินกลับ เฉียดคนนู้นที คนนี้ที โอ๊ยยย ชื่นใจป้านัก 555
แต่น่าเสียดายนะ บุรุษเหล่านั้นมิรู้อยู่สังกัดเพศใด ทำไมขาวใส โบกมือไหวๆไม่รู้สิน่า อะฮ้า
 
แต่น แต๊นนนน และก็ถึงเวลาที่เราจะได้ใช้เวลาที่เหลือในค่ำคืนนี้ ดื่มสังสรรค์กัน
ตามประสาเพื่อนร้ากกกกที่พลัดจากกันตามเวรตามกรรมกันมานานเสียที
เอ้า...ชน ไม่สว่างไม่เลิก ว่ากันเข้าไปนั่น แต่ละคนงี้ไม่ได้ประมาณกำลังตัว
หรือแม้แต่เจียมหนังหน้ากันเลยสักนิด ตั้งความหวังกันซะสูงเชียว
 
สรุปว่า..ตาปรือกันเป็นแถวตั้งแต่ยังไม่เริ่มจุดชนวน 555
ไอ้ตอนเดินซื้อสเบียงก็หยิบกันจัง "เฮ้ย จะพอเหรอ ไม่พอหรอก" เป็นไงอ่ะ เสียดายยย
เหตุการณ์นี้ไม่เคยปรากฏในหน้าประวัติศาสตร์ของพวกเราเลย
แต่วันนั้น..ที่นั่น..ตอนนั้น เรามิอาจทำลายสถิติเดิมลงได้ แพ้ย่อยยับ หมดรูปเลย
 
คุณหมอ จบใหม่ "หมอจอม" แมร่งเขยิบไปนอนคนแรก ไม่ว่าไอ้ที่เหลือจะ Psycho กันหนักขนาดไหนก็ตาม
หมอจอมไม่สนค่ะ บอกคำเดียวว่า "ง่วง" ..แล้วเธอก็ไป
ทีแรกก็ไม่คิดอะไร เพราะไอ้ที่เหลืออ่ะ "ตัวแดก" ทั้งนั้น
บอกกับตัวเองว่า..ยาวแน่กรู คืนนี้ ยาวววววววววปายยย ยาววปายยย
แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็พลันเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อไอ้คุณป้อ มันโดนเหล้ากัดกระเพาะ จนแสบท้อง
(อันนี้หมอจอมวินิจฉัยฟันธงเองเลย) ท้องป้อปั่นป่วนจนอารมณ์กระเจิง
มิสามารถดึงกลับมาได้อีก..แล้วเธอก็ไป
 
คุณนัน สถาปนิกสุดฮาของเรา เธอยังไม่ละความพยายาม  
ชีชวนคุยตลอดหวังว่าจะให้เพื่อนกลับใจร่วมทางกันอีกครั้งในค่ำคืนที่ล่วงเลย
แต่มิเป็นผล  ซึ่งก็กรูนี่แหละออกอาการปัดที่หลับจัดที่นอนของตัวเองเสร็จสรรพ..แล้วเราก็ไป
 
ส่วนคุณนายแป้งสารถีตีนผีที่มีสายตาเรดาร์ตรวจจับวัตถุขาวใสบนท้องถนนและรถหรูราคาแพงก็เพลีย
เพราะหล่อนขับรถบรรทุกน่องปูดมาทั้งวัน ซ้ำยังต้องทำหน้าที่สำหรับวันรุ่งด้วย..แล้วเธอก็ไป
 
เอาไงล่ะทีนี้ ชิปหายแล้ว..คุณนัน..ชีเพิ่งจะ warm up ได้ไม่นาน
ชีพยายามปลุกระดมอีกครั้งแต่ไม่สำเร็จ..และเธอก็ไป
อ๊ะๆๆ แต่ก่อนไป ชีล่อ Gin เพียวๆ ไปสองแก้วรวด
ประจวบกับคราวซวยของมันที่ดั๊นไปกินหอยแครงเน่าๆ
แถมเน่าอยู่ตัวเดียวและเหลืออยู่ตัวสุดท้ายในมื้อค่ำที่ผันผ่านซะด้วย
ชีวิตคุณนันน่าเศร้านัก เธอตื่นขึ้นมาพร้อมกับ "ไอ้จีน เร็วๆ กูปวดขี้ ไม่ไหวแล้ว" 5 5
โถ น่าสงสารอาหารเป็นพิษซะงั้น ในขณะที่คนอื่นไม่เป็นอะไรเลย
 
ขากลับเราแพลนว่าจะแวะกันที่ Premium Outlet
ห่วงก็แต่คุณนัน ชีจะไหวมั้ย แต่จะด้วยอะไรก็ไม่ทราบ
ชีกลับหายเป็นปลิดทิ้งซะงั้น เดินลิ่วๆๆเลยทีเดียว
เดินกันเป็นชั่วโมง ได้กันมาคนละไม่กี่ชิ้นเอง
โด่ไรว้าแล้วบอกว่าขาช็อป
 
ขากลับเรายังคงเดินตามปณิธานเดิม ด้วยเรดาร์ตรวจจับละเอียด
แถมประสิทธิภาพดีกว่าช่วงที่ผ่านมาเป็นไหนๆ ปาดกันไป ปาดกันมา
ก็เป็นความสุขไปอีกแบบนะ
 
ปิดท้ายด้วยการแวะกินข้าวกันต่ออีกมื้อนึงแถวๆนครปฐม อิ่มจนแน่นไปหมดเลยว่ะ
 
แป้งทยอยส่งเพื่อนกลับบ้านทีละคนๆ ความรู้สึกมันเหมือนกับว่าเป็นการ warm down
การเดินทางที่กระชับอัดแน่นด้วยความอิ่มอกอิ่มใจของพวกเราลงในที่สุด
 
วันคืนของเราก็จบลงโดยสวัสดิภาพด้วยประการละฉะนี้
 
หลงรัก "หัวหิน" แล้วสิ...แต่จะว่าไปถ้าไม่มีพวกเมิง กรูคงไม่สุขขนาดนี้
อย่าลืมนะ...พวกเมิงบอกว่าจะกลับมาที่นี่..ด้วยกัน..อีกครั้ง
 
เจอกันที่ Hua Hin Jazz Festival 2007 นะเพื่อน
ทีนี้เอาให้หัวทิ่มเลย 5 5 5 (ปากดี)
 
ป.ล. ~ปอย~ เสียดายจริงๆที่เมิงไม่ได้มาด้วย
 
 
 
 
February 17

17 กุมภาพันธ์ 2550


วันนี้วันเกิดกรู...วันนี้วันเกิดกรู...

 
 
อยากแกะของขวัญ จะหาได้จากไหน เบื่อเค้กแล้วสิ...อยากได้ของขวัญ
ขึ้นเขาไปนาน สเปซดูไม่ได้เลย จะลงจากเขาก็ไม่กล้าลง ลงดีป่าวหว่า...เสี่ยงจะตาย
สูดลมหายใจมานานเท่าไหร่ แล้วรู้มั้ยว่าหัวใจจะเต้นอีกนานเท่าไหร่...แสนนาน
 
 

อยากแกะของขวัญ

 
 
นานวันยิ่งเข้าใจ หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไป...ผ่านไป...เราอยู่ที่เดิม
พยายามก้าวไป เดินไป แต่ทำไมรู้สึกเหมือน...ยังอยู่ที่เดิม
แต่เวลาหมุนไป ไม่หยุด เพราะอะไร...เวลาไม่รอใคร
 

 
 
รออะไร เฝ้าคิดถึงใคร สักคน...ที่ไหนสักแห่งมานำพา...โอกาส
ให้พานพบ...ให้เจอ...และได้...แกะของขวัญ
ล่วงไป ผ่านไป เปลี่ยนไป ได้รู้...เวลามีปีก
ต้องก้าว ต้องเดิน เท่าไหร่ จะพานพบ...ของขวัญ
 
 

 
อยากได้ของขวัญ...ของตัวเอง
 

 
January 06

Oh My Long Vacation !!!

ท้าลมหนาว(หนาวฉิบ_ _ _)กับเขาค้อ
30 ธ.ค. 48 - 2 ม.ค. 49
1st Long journey in My LiFe @ Khao-Kor
 

ซา-หวัด-ดี-ดีๆๆ ซา-หวัดดี-ปีใหม่ ซา-หวัดดี-ให้ดีสมใจ ซา-หวัดดี-ให้ดีจริงๆ

 

หยุดยาวช่วงปีใหม่ เพื่อนๆไปเที่ยวที่ไหนกันบ้างคะ 

ส่วนดั๊น ก็ดั้นด้นขึ้นเขาลงเขา แร่ดไปเลิศถึงเขาค้อนู่นแหนะ

กะว่าปีใหม่ปีนี้จะไปสูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอดกับดินแดนที่ได้ชื่อว่า "สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย"

กะเขากันซะหน่อย แล้วก็ได้ไปสมใจ โดยจัดหานำพาอุปกรณ์ อย่างเช่นเต๊นท์และถุงนอนไปด้วย

บวกกับเสื้อหนาวอีก 4 ตัว เว่อร์ซ้า  ก็แหมกลัวมันจะหนาวยะเยือกนี่นา

แต่โทดที โชคช่างไม่เข้าข้างดั๊นซะนี่ ได้ไปเที่ยวนานๆกับเขาครั้งแรกในชีวิตกลับ

ได้ใส่เสื้อหนาวมันอยู่แค่คืนละตัวเท่านั้น  แหม้ย้อนไปนึกถึงมันก็น่าเสียดาย+เสียใจ อ่า

ที่ไม่หนาวสมดังที่คาดหวังไว้

 

แต่ก็เอาเถิดจ้า ได้ไปพักผ่อน เมาปลิ้นที่เขาค้อ ก็นับว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี(เกือบที่สุด)ในชีวิตแล้วล่ะ

เพราะไม่ค่อยได้ไปเที่ยวที่ไหนไกลๆกับเค้าหรอกเจ้าค่ะ

 

ถ้าจะให้คะแนนสถานที่เที่ยวแห่งนี้ โดยคำนึงถึงสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆในจังหวัดแล้ว

เอาไปเลย 7 เต็ม 10

อากาศที่เค้าร่ำลือกันนักหนาว่าเป็น สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย ดูเหมือนจะเป็นคำชวนเชื่อที่สมจริง

เพราะอากาศยามเช้านั้น มันแสนจะสะอาดและเย็นสบาย สุดยอดจะพรรณนา อันนี้ขอคอนเฟิร์มเลยจ้า

ขนาดได้สโลแกนว่า "อยู่เขาค้อ 1 คืน จะอายุยืนขึ้นอีก 1 ปี" เชียวนะครับทั่น

 

แต่จะเป็นจริงดั่งว่าหรือป่าว อันนี้ดั๊นขออาสาพิสูจน์ให้เองจ้า 5 5 5

หุ หุ ก็ล่อไปค้างอยู่ตั้ง 3 คืน 4 วัน ถ้าเป็นจริงดังว่าแล้ว ปัจจุบันดั๊นจะมีอายุ 23-3 = 20 ปี เลยเชียวนะ

การคำนวณอันนี้ ถึงแม้จะดูทะแม่งๆขัดกับสโลแกนไปหน่อย แต่ก็เอาเถิด

ก็ใครมันจะไปตรัสรู้วะ ว่าดั๊นจะมีชีวิตมีลมหายใจ อยู่บนโลกใบนี้ได้สุทธิรวมแล้วเท่าไหร่ ??

เล่นลบอายุมันอย่างนี้นี่แหละ สบายใจแฮ เจ้าค่า

 

ปีใหม่แล้ว ขอให้เพื่อนๆมีความสุขกันทุกคนนะคะ คิดสิ่งใดขอให้สมปรารถนาทุกสิ่งอัน

อะไรที่มันไม่ดีก็อย่าไปจำให้มันสะเทือนใจแลยนะ เริ่มกันใหม่ ทำดีให้ตายกันไปข้างนึงเลย

 

 

October 20

Erawan Museum

 Erawan Museum
 
 Recommended

 

พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ จ.สมุทรปราการ

เลียบถนนสุขุมวิท (รถปอ.สาย 511 วิ่งผ่านบอกไว้เผื่อมีคนอยากไป)
ภายในบริเวณพิพิธภัณฑ์จะมีช้างขนาดใหญ่มั่กๆยืนอยู่ให้เห็นเด่นเป็นสง่า
ชาวบ้านแถวนั้นเค้าเรียกกันว่า "พ่อช้าง" หรือ "ช้างสามเศียร"
มีผู้คนจำนวนมากเคารพบูชา แวะเวียนไปกราบไหว้กันอยู่เนืองๆ                                             
เพราะเค้าว่ากันว่าท่านศักดิ์สิทธิ์มาก


โดยส่วนตัวแล้ว...เชื่อนะ...เพราะเคยไปขอพรจากท่านมาแล้ว
และก็ไม่ผิดหวัง ถึงขนาดว่าหากมีเวลาว่างจะหาโอกาสกลับไปที่นั่นอีกสักครั้ง
...และก็ได้กลับไปสมใจเมื่อวานที่ผ่านมานี้เอง
แหม..ไม่อยากบอกเลยว่าไปทำไม เดากันเองละกันนะคะ คุณๆทั้งหลาย


นอกจากการกราบไหว้สักการะแล้ว
เรายังสามารถเดินชมสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้ภายในตัวช้าง
โดยจะมีผู้นำชมพร้อมกับการอธิบายประกอบเป็นรอบๆไป
สำหรับประวัติการสร้างพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ หากใครสนใจเชิญไปดูเอาเองนะคะ


แต่มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยมาฝากนิดนึง

คือเวลาลงจากรถแล้วจะมีคนขายพวงมาลัย เครื่องสักการะมายืนดักรอ
คอยตามประกบเราทุกฝีก้าว พร้อมกับบอกว่า"ทางเข้าเดินตรงไปข้างหน้าเลยครับ"
อีกทั้งยังคะยั้นคะยอให้คุณซื้อดอกไม้จากเค้า
----หากคุณไม่อยากเสียตังค์มากกว่าที่ควรจะเป็น----
ให้คุณปฏิเสธคนเหล่านั้น(อย่างสุภาพ) เพราะถ้าหากว่าคุณหลงเชื่อเค้าแล้วเดินตามเค้าไป
คุณจะพบแต่พื้นที่เล็กๆข้างๆพิพิธภัณฑ์ที่มีรูปจำลองของช้างสามเศียร
ตรงบริเวณฟุตบาทติดกับถนนใหญ่ให้ไหว้เท่านั้น
ซึ่งนั่นก็หมายความว่าหากคุณอยากเข้าไปเยี่ยมชมหรือกราบไหว้ของจริงแล้ว
คุณจะต้องเดินเข้าประตูใหญ่เพื่อซื้อบัตรเข้าชมอีกครั้งนึงทันที


...ฉันเองก็เคยเสียรู้มาแล้วครั้งหนึ่ง...55+
ที่นอกจากจะต้องเสียค่าดอกไม้ราคาประมาณชุดละ 50 บาท(ในตอนนั้น)แล้ว
ยังจะต้องเสียค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์อีก 150 บาทแน่ะ
ทำไมฉันจะต้องเสียอีกต่อน่ะหรือ (ก็อีแค่ยืนดูอยู่ข้างนอกก็น่าจะพอแล้วนี่นา)

ก็เพราะไหว้ข้างนอกอ่ะมันไม่ได้ FEELing น่ะซี้ เชอะไม่ได้หรอก อุตส่าห์ไปทั้งทีแล้วนิ
ให้ตายเถอะโรบิน...เราเตือนคุณแล้วนะ!!!!


ความจริงแล้วเพียงแค่คุณมองหาทางเข้าให้ดีซึ่งสังเกตได้ง่ายๆเลยว่า
1. จะต้องมีประตูใหญ่พร้อมป้ายชื่อพิพิธ๓ณฑ์เขียนเอาไว้ชัดเจน
โดยประตูนั้นไม่ได้อยู่ติดกับถนนใหญ๋ แต่จะอยู่ในซอยที่มีไว้ให้สำหรับคนที่นำรถมาเข้าไปจอดได้
เข้าไปแค่นิดเดียวจริงๆ โดยประตูทางเข้าจะอยู่ทางด้านขวามือ


2. เดินเข้าไปจะมีซุ้มขายบัตรอยู่ ใช่คุณต้องซื้อบัตรก่อน
สนนราคาบัตรเข้าเยี่ยมชมภายในตัวช้าง(ขอย้ำว่าข้างในตัวช้างนะไม่ใช่รอบๆ)
ตกอยู่ที่ 150 บาท/ท่าน (สำหรับผู้ใหญ่) สำหรับเด็กอันนี้ไม่แน่ใจอ่ะว่าเท่าไหร่ แต่น้อยกว่ามาก
ดังนั้น มีลูกมีหลานก็กระเตงกันเข้าไปดูได้ค่าบัตรไม่เท่าไหร่หรอกน่า


3. ข้อนี้สำหรับคนที่เคยเข้าไปดูข้างในตัวช้างแล้ว และไม่อยากเข้าอีก...นี่เลย!!!
คุณสามารถซื้อบัตรไหว้ (เฉพาะไหว้อย่างเดียว) ในราคา 50 บาท/ท่าน
ไม่แพงนะ เพราะนอกจากคุณจะนำบัตรไปรับพวงมาลัย+ธูป เพื่อไหว้ขอพร
เค้ายังแถม ดอกบัวไว้สำหรับลอยน้ำตามประเพณีของใครไม่รู้ (โทดทีจำไม่ได้อ่ะ)
ให้คุณไว้ลอยในลำธารข้างๆพิพิธภัณฑ์อีกด้วย ตามความเชื่อว่าจะเป็นการลอยทุกข์ลอยโศกออกไป


4. หลังจากไหว้เสร็จแล้วคุณยังสามารถเดินเที่ยวชมบริเวณสวนรอบๆได้ตราบนานเท่าที่คุณต้องการ
โดยมีบริเวณที่รายล้อมไปด้วยสวนและต้นไม้เขียวชะอุ่ม..จัดว่าร่มรื่นน่านั่งพักจริงๆ Confirm!!!


ใครอยากไปขอพรก็โอล่ะจ้า จะได้สมหวังเหมือนดั๊นไงล่ะคะ
เอ่อ พูดมาซะขนาดเนี้ย ไม่ไปก็ไม่ได้ว่าไรนะ
เพียงแต่อยากมาบอกให้คุณระวังคนพวกนั้นให้ดี

ก็ไม่ว่าไรหรอก ก็รู้ว่าต้องทำมาหากิน
แต่นิดนึงอ่ะ เพราะครั้งแรกโดนมันหลอก

เจ็บใจว่ะ 5 5 5
...
...
...

 

PALIN RACHATAWIT

Location